อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ

ตั้งอยู่ในพื้นทีมหาวิทยาลัยมหิดล
ถ.พุทธมณฑล สาย ๔ ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม



วิสัยทัศน์

เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสมุนไพรและธรรมชาติวิทยาระดับโลก


พันธกิจ

การเรียนรู้ด้านสมุนไพรและธรรมชาติวิทยา ผ่านกระบวนการอนุรักษ์ ศึกษาเรียนรู้ เป็นแหล่งอ้างอิง และถ่ายทอดงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของคนไทย

เป็นพื้นที่ที่พัฒนามาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 จาก “สวนสมุนไพร” ซึ่งเริ่มต้นจากความดิดของศาสตราจารย์ ดร. ณัฐ ภมรประวัติ อธิการบดี และ ศาสตราจารย์ พเยาว์ เหมือนวงษ์ญาติ หัวหน้าภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ ให้เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพรไทยสำหรับการศึกษา เรียนรู้ และวิจัยพัฒนา รวมทั้งเป็นพื้นที่สันทนาการสำหรับเจ้าหน้าที่และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามสวนสมุนไพรนี้ว่า “สิรีรุกขชาติ” และเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้

สวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ ภายใต้การดำเนินงานของคณะเภสัชศาสตร์ ได้รับรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการบริการ เมื่อปี พ.ศ. 2536 และ รางวัล ”โครงการดีเด่นแห่งชาติ สาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสมุนไพร ประจำปี 2539” จากคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ.2550 ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดี มีดำริที่จะยกระดับพื้นที่สวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติ และเป็นศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทยระดับประเทศและระดับนานาชาติ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ทางด้านพฤกษศาสตร์ด้วย จึงดำเนินการปรับภูมิทัศน์และขยายพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมต่าง ๆ เป็น 140 ไร่ และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ” เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ รัชตะ รัชตะนาวิน และ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์อุดม คชินทรได้สานต่อและสนับสนุนการดำเนินงานของ "อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ" จนสำเร็จ เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นอุทยานการเรียนรู้สมุนไพรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

สวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ

ภายใต้การดูแลและดาเนินการของภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น ๓๘ ไร่ รวบรวมพันธุ์ สมุนไพรไว้ประมาณ ๘๐๐ ชนิด จัดปลูกไว้อย่างสวยงาม พร้อมป้ายชื่อพืชสมุนไพรที่ระบุทั้งชื่อไทย ชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ ส่วนที่ใช้และสรรพคุณ และเป็นห้องเรียนธรรมชาติสาหรับ นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ รวมทั้งผู้สนใจที่ได้เข้าเยี่ยมชมเพิ่มขึ้นทุกปี จนได้รับรางวัล มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการ บริการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ และคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สานักนายกรัฐมนตรีได้พิจารณา ให้เป็นโครงการดีเด่นแห่งชาติ สาขาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ด้านสมุนไพร) ประจำปี ๒๕๓๙

มหาวิทยาลัยมหิดล

มหาวิทยาลัยมหิดลได้เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนรู้และประยุกต์ใช้สมุนไพรเพื่อดูแล ป้องกันและรักษาสุขภาพ พร้อมไปกับ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร อธิการบดี จึงดำริที่จะยกระดับ พื้นที่สวนสมุนไพร สิรีรุกขชาติและพื้นที่อนุรักษ์ข้างเคียงบริเวณด้านทิศใต้จำนวน ๑๔๐ ไร่ ให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติระดับชาติและระดับ นานาชาติ ในลักษณะ Botanical Garden เพื่อเป็นอุทยานการเรียนรู้ ทางธรรมชาติวิทยา ต่อยอดภูมิปัญญาไทย ให้สามารถ เป็นต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เป็นแหล่งรวบรวมพืชผลิต และทดลองพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณ ทางยา แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ ที่หลากหลาย เป็นสวนสาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางด้าน พฤกษศาสตร์และ สมุนไพรของ จังหวัดนครปฐม และภูมิภาคตะวันตกของประเทศโดยเริ่มได้รับการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ในปี ๒๕๕๔ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานพระราชานุญาตให้เปลี่ยนชื่อสวนสมุนไพร “สิรีรุกขชาติ” เป็น “อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ” ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๓
ศ.นพ. รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีท่านต่อมา ได้สานต่อโครงการ “อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกข ชาติ” จนกระทั่งสร้างเสร็จ สมบูรณ์ในปี พ.ศ.๒๕๕๖ โดยมุ่งหวังให้เป็นอุทยานแห่งการเรียนรู้เรื่องสมุนไพรที่ สำคัญอีกแห่งหนึ่งในระดับภูมิภาค และเกิดการ ถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องสมุนไพรให้แพร่หลายออกไปเพื่อ สร้างประโยชน์ให้แก่สังคมโดยรวม

จุดเด่น

อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ เป็นอุทยานธรรมชาติเกี่ยวกับสมุนไพรที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทย รวบรวมพันธุ์ สมุนไพรที่ปรากฏในตํารายาไว้มากที่สุด ประมาณ ๘๐๐ ชนิด นอกจากนี้ภายในอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติยังมีสิ่งที่ น่าสนใจอีกมากมายอาทิ นิทรรศการ “สมุนไพร ภูมิปัญญาไทยสู่สากล” ให้ผู้ชมได้เข้าใจภูมิปัญญาไทย การประยุกต์ใช้สมุนไพร ทั้งในเชิงการใช้ชีวิตประจําวันและในเชิงวิทยาศาสตร์ ลานสมุนไพร เพื่อสุขภาพ ให้ผู้ชมได้เรียนรู้จากสมุนไพร ใกล้ตัว ได้เห็น ของจริงอย่างใกล้ชิดและมั่นใจได้ในการใช้งานอย่างปลอดภัย เพราะเป็นสมุนไพรที่มีงานวิจัย รองรับ 100% ลานสมุนไพรจาก พระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งมีสื่อการสอนพิเศษสําหรับผู้พิการทางสายตาโดยเฉพาะ บ้านหมอยา คลินิกให้บริการการแพทย์แผนไทย ในบรรยากาศบ้านหมอยาแบบโบราณ ที่สําคัญ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติได้จัดสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “การออกแบบเพื่อมวลชน” (Universal Design) โดยเป็นการออกแบบส่ิงแวดล้อม สถานที่ และสิ่งของเครื่องใช้ ที่อํานวย ความสะดวก ให้แก่ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ที่ด้อยสมรรถภาพด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมทุกกลุ่มสามารถมาเรียนรู้และเยี่ยมชม อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติได้อย่างเท่าเทียมกัน